จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554

บทที่ 7 ตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยว
                  ปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งที่มีส่วนช่วยในอุตสาหกรรมกการท่องเที่ยวในหลายปีที่ผ่านมาคือตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยว ซึ่งแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ  แทรเวล เอเจนซี่  บริษัททัวร์  บริษัทรับจัดการ ณ แหล่งท่องเที่ยว  และบริษัทรับจัดการประชุม
                  แทรเวล  เอเจนซี่  หมายถึง ธุรกิจขายปลีกที่ได้รับอนุญาตให้ขายผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวแทนผู้ประกอบธุรกิจ เช่น สายการบิน  สายการเดินเรือ  บริษัทรถไฟ  และสถานที่พักแรม รวมไปถึงการวางแผนการท่องเที่ยวให้ลูกค้าด้วย ซึ่งแทรเวล เอเจนซี่มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
1.               จัดหาราคาหรืออัตราสินค้าทางการท่องเที่ยว
2.               ทำการจอง
3.               รับชำระเงิน
4.               ทำการส่งบัตรโดยสารหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง
5.               ช่วยเหลือลูกค้าในการซื้อสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวอื่นๆ
6.               ช่วยดำเนินการในการซื้อบัตรโดยสาร
7.               ออกบัตรโดยสารเครื่องบินและเอกาสารอื่นๆ
ประโยชน์ของแทรเวล เอเจนซี่
1.               มีความชำนาญในการหาข้อมูลและวางแผนการท่องเที่ยว
2.               สามารถหาข้อเสนอและราคาที่ดีที่สุดได้
3.               ช่วยประหยัดเวลาและความลำบาก
4.               แก้ปัญหาได้เมื่อเกิดข้อผิดพลาด
5.               รุ้จักผู้ประกอบธุรกิจมากกว่า
6.               รู้จักแหล่งท่องเที่ยวดีกว่า
                  บริษัททัวร์  หมายถึง ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวที่จัดทำโปรแกรมทัวร์แบบเหมาจ่ายโดยขายให้กับลูกค้าผ่าน แทรเวล เอเจนซี่  ซึ่งบริษัททัวร์จะมีการทำสัญญากับผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆ ได้แก่ โรงแรม  ร้านอาหาร สายการบิน และบริษัทรถโค้ช รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
ประโยชน์ของบริษัททัวร์
1.               ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
2.               ได้ความรู้
3.               ได้เพื่อนใหม่
4.               ได้ความสบายและปลอดภัย
5.               ไม่มีทางเลือกอื่น
 


                บริษัทรับจัดการ ณ แหล่งท่องเที่ยว หมายถึง บริษัทที่ดำเนินจัดการเรื่องการขนส่งภาคพื้นดิน  การจัดงานเลี้ยง  โรงแรมและนำเที่ยวให้แก่กลุ่มนักท่องเที่ยวแบบที่ได้รับรางวัล ได้แก่ การจัดรถรับส่งสนามบินถึงโรงแรมและโรงแรมไปยังสถานที่ท่องเที่ยว  การบริการจองห้องพัก  จัดงานเลี้ยง  จัดกิจกรรมนอกสถานที่  เป็นต้น
                บริษัทรับจัดการประชุม  มีบทบาทหน้าที่ดังต่อไปนี้
1.               เลือกสถานที่สำหรับการประชุม
2.               จองห้องพัก
3.               จองห้องประชุม  และอุปกรณ์การประชุม
4.               ดำเนินการวางแผนด้านอาหารและเครื่องดื่ม
5.               วางแผนโปรแกรมสำหรับผู้เข้าประชุมและผู้ติดตาม
6.               ประสานงานกับผู้จัดการประชุมของโรงแรมและสถานที่จัด
7.               ประสานงานกับวิทยากรหรือผู้รับเชิญ
8.               รักษาความปลอดภัย
9.               บริการด้านการเดินทาง
10.         ประเมิณผลงานเมื่อการประชุมสิ้นสุดลง

บทที่ 6 ที่พักแรม

บทที่ 6 ที่พักแรม
ที่พักแรมมีบทบาทโดยตรงในการสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ห่างไกล และจำเป็นต้องค้างแรมเพื่อพักผ่อนระหว่างการเดินทาง นอกจากจะอำนวยความสะดวกด้านที่พักและบริการอาหารแก่นักเท่องเที่ยว ให้สามารถใช้เวลาท่องเที่ยวได้นานขึ้น
ธุรกิจที่พักแรมในประเทศไทย
ธุรกิจที่พักแรมสำหรับบริการนักเดินทางต่างชาติในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในสมัยรัชกาลที่ 4 มีชาวตะวันตกเข้ามาจำนวนมาก มีการลงประกาศข่าวในหนังสือพิมพ์ยุคนั้นเกี่ยวกับธุรกิจที่พักแรมประเภทบอร์ดดิ้งเฮ้าส์ บริการแก่นักท่องเที่ยวชาวตะวันตก กิจการโรงแรมที่สำคัญในอดีต ได้แก่ โรงเรมโอเต็ล โรมแรมหัวหิน โรงแรมวังพญาไท โรงแรมรัตนโกสินทร์  ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การท่องเที่ยวมีการขยายตัวมากขึ้นทำให้ธุรกิจโรงแรมมีการขยายตัวเป็นอย่างมาก และได้มีโรงแรมเพิ่มขึ้น เช่น ดุสิตธานี เซ็นทารา อมารี เป็นต้น
ปัจจัยพื้นฐานในการบริการที่พักแรม ได้แก่ 
ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้พัก  ความสะอาดและสุขอนามัยในสถานที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม ความสะดวกสบายจากสิ่งอำนวยความสะดวก  ความเป็นส่วนตัว  บรรยาศการตกแต่ง  และภาพลักษณ์ของกิจการ เป็นต้น

ประเภทที่พักแรม
โรงแรม  สถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทาง โดยมีค่าตอบแทนให้ ซึ่งโรงแรมเป็นที่นิยมมากของนักท่องเที่ยว  โรงแรมมาตรฐานจะมีวิธีการดำเนินการที่เป็นแบบแผน ซึ่งสามารถแบ่งประเภทของโรงแรมได้ดังนี้ ด้านที่ตั้ง  ด้านขนาด ด้านจุดประสงค์ของผู้มาพัก  ด้านราคา ด้านการบริการ และด้านการจัดระดับมาตรฐานโดยใช้สัญลักษณ์ดาว ด้านความเป็นเจ้าของ
ที่พักนักท่องเที่ยว แบ่งออกเป็น บ้านพักเยาวชน  ที่พักพร้อมอาหารเช้าราคาประหยัด  ที่พักริมทางหลวง  ที่พักแบบจัดสรรเวลาพัก  เกสต์เฮ้าส์  เซอร์วิสอพาร์ทเม้น ที่พักกลางแจ้ง  และโฮมสเตย์
แผนกงานในโรงแรม แบ่งออกเป็น
แผนกงานส่วนหน้า  คือเป็นศูนย์กลางการติดต่อระหว่างโรงแรมและผู้เข้าพัก รับผิดชอบการรับจองห้องพัก  การต้อนรับ  การลงทะเบียน  บริการข้อมูล ขนย้ายสัมภาระและชำระค่าใช้จ่าย
แผนกแม่บ้าน  รับผิดชอบการจัดเตรียมห้องพัก การทำความสะอาดแบะบริการต่างๆ
แผนกอาหารและเครื่องดื่ม  บริการในด้านอาหาร รวมถึงการจัดเลี้ยง
แผนกขายและการตลาด  รับผิดชอบในการวางแผนการตลาด ควบคุมการใช้กลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างรายได้แก่ธุรกิจ
แผนกบัญชีและการเงิน  จัดทำบัญชีและควบคุมการใช้จ่ายของโรงแรม
แผนกทรัพยากรมนุษย์  ดูแลสรรหาบุคลากรเข้ามาทำงานในโรงแรม
ประเภทของห้องพัก
Single ห้องพักสำหรับคนเดียว  เป็นเตียงเดี่ยว
Twin  ห้องพักสำหรับคู่ เป็นเตียงเดียวสองเตียงคู่กัน
Double  เป็นห้องสำหรับคู่ มีเตียงเดียวขนาดใหญ่
Suit  เป็นห้องขนาดใหญ่ แบ่งห้องนอน ห้องนั่งเล่น ออกเป็นสัดส่วน


บทที่ 5 การคมนาคมขนส่ง

บทที่ 5 การคมนาคมขนส่ง
                การคมนาคมขนส่ง หมายถึง กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายคน สัตว์ สิ่งของ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยอาศัยสื่อกลางต่างๆ ภายใต้ราคาที่ตกลงกันไว้
พัฒนาการขนส่งทางบก


เริ่มขึ้นในสมัย 200 ปีก่อนคริสตกาล หรือยุคบาบิลอน ซื่งใช้คนลากรถสองล้อไปบนถนนก่อนที่จะนำสัตว์ เช่น วัว ม้า ลา มาช่วยลากรถสองล้อในยุคอียิปต์ และกรีก จนกระทั่งยุคโรมันจึงได้พัฒนาเป็นรถสี่ล้อและใช้ม้าลาก พร้อมกับการสร้างถนนเชื่อมต่อระหว่างเมืองต่างๆ  ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ได้มีการประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ เพื่อช่วยพัฒนาการขนส่งทางเรือและรถไฟ ส่งผลให้ผุ้คนเดินทางเป็นจำนวนมาก ต่อมาในปี ค.ศ.1920 ได้มีการประดิษฐ์รถยนต์ขึ้น และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและแพร่หลายไปทั่วโลก


พัฒนาการขนส่งทางน้ำ
ในประเทศไทย การคมนาคมขนส่งทางน้ำในอดีตนั้นเริ่มจากการใช้เรือขนาดเล็กเพื่อทำการประมง และขนส่งสินค้าภายในประเทศ ต่อมาได้ขยายการค้ามีการติดต่อกับต่างประเทศ จึงได้รับรูปแบบการต่อเรือจากประเทศจีนทำให้เกิดธุรกิจเดินเรือขึ้นเป็นครั้งแรก  โดยเริ่มจากการขนส่งสินค้า แล้วจึงค่อยๆพัฒนามาเป็นการขนส่งผู้โดยสารเมื่อมีการพัฒนาการเดินทางท่องเที่ยวทางทะเล ก็ได้มีบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับธุรกิจเรือสำราญของไทยขึ้น 2 บริษัท ได้แค่ บริษัท ซีทราน ควีน จำกัด และ บริษัท สยามครูซ จำกัด

พัฒนาการขนส่งทางอากาศ
ในปี พ.ศ.2462 ทางกรมอากาศยานทหารบกได้เริ่มกิจการขนส่งทางอากาศขึ้นระหว่างกรุงเทพฯ จันทบุรี เพื่อรับส่งผู้โดยสาร พัสดุและไปรษณียภัณฑ์ ขึ้นเป็นครั้งแรกโดยดัดแปลงจากเครื่องบินตรวจการ และจัดตั้งบริษัทเดินอากาศขึ้นเป็นครั้งแรก  โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลไทยได้ริเริ่มดำเนินการพานิชย์ โดยกระทรวงคมนาคมได้ขอรับโอนกิจการจากกองทัพอากาศมาดำเนินการเอง และตั้งบริษัท การบินแปซิฟิค จำกัด ในปี  พ.ศ.2544 รัฐบาลเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในธุรกิจการบินภายในประเทศเช่น แอร์อันดามัน  ภูเก็ตแอร์ และโอเรียนไทย เป็นต้น

ประเภทของธุรกิจการคมนาคมขนส่งเพื่อการท่องเที่ยว
ธุรกิจการขนส่งทางบก   ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะทางรถยนต์ เนื่องจากมีความสะดวกคล่องตัวและประหยัด   
การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก ใช้เวลานานและไม่สะดวก นอกจากนี้การบริการและคุณภาพของรถไฟก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพและทันสมัยมากขึ้น
การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถยนต์ เป็นการเดินทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีการตัดถนนเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดต่างๆ นอกจากนี้ราคารถยนต์ที่ถูกลงและมีจำนวนผู้เป็นเจ้าของรถยนต์เพิ่มมากขึ้น ทำให้การเดินทางด้วยรถส่วนตัวและรถโดยสารเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีบริการของรถเช่า ทั้งรถโดยสารขนาดใหญ่และรถตู้ขนาดเล็ก ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
ธุรกิจการขนส่งทางน้ำ มีหลายประเภทด้วยกัน เช่น เรือเดินทะเล เรือสำราญ เรือข้ามฟาก เรือใบและเรือยอร์ช  เรือบรรทุกสินค้า แต่ละประเภทก็จะให้บริการลูกค้าที่แตกต่างกันไป
ธุรกิจการขนส่งทางอากาศ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ
เที่ยวบินประจำ เป็นการบินที่มีตารางการบินแน่นอน เช่นเที่ยวบินโดยสารในประเทศและต่างประเทศ
เที่ยวบินไม่ประจำ  เป็นการบินที่จัดเสริมขึ้นในตารางการบินปกติ จะได้รับความนิยมในฤดูการท่องเที่ยว
เที่ยวบินเช่าเหมาลำ  เป็นการบินที่ให้บริการแก่กลุ่มนักท่องเที่ยว หรือองค์กรต่างๆ  ซึ่งสามารถกำหนดการเดินทางและจุดหมายได้เอง

บทที่ 4 องค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

บทที่ 4 องค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
                แหล่งท่องเที่ยวจัดเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาในประเทศ สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวนั้นประกอบด้วย 3 อย่างคือ
1.                ทรัพยากรการท่องเที่ยว หมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านนันทนาการ
2.                จุดหมายปลายทาง หมายถึง สถานที่ที่ใดที่หนึ่ง อาจเฉพาะเจาะจงหรือเป็นสถานที่ทั่วๆไป หรืออาจเป็นหลายสถานที่ต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง
3.                สิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว หมายถึง สถานที่ที่มีศักยภาพในการดึงดูดผู้คนให้เดินทางเข้าไปเยี่ยมชม หรือประกอบกิจกรรมเพื่อความบันเทิงใจ
ประเภทของแหล่งท่องเที่ยว สามารถแบ่งได้ 4 ลักษณะดังนี้
1.             ขอบเขต สถานที่ที่ดึงดูดใจสำหรับนักท่องเที่ยวให้พวกเขามุ่งตรงไปสถานที่นั้น เพื่อการท่องเที่ยว หรือสถานที่ที่แวะพักระหว่างการเดินทาง
2.             ความเป็นเจ้าของ แหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและมนุษย์สร้างขึ้นจัดแบ่งความเป็นเจ้าของ ซึ่งจะทำให้ทราบได้ว่ามีแหล่งเงินทุนจากที่ไหนมาสนับสนุน เช่น อุทยานแห่งชาติ  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เป็นต้น
3.             ความคงทนถาวร แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติเป็นสถานที่ที่มีความคงทนถาวรกว่าแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นงานเทศกาลหรือกิจกรรมต่างๆ
4.             ศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยว  แหล่งท่องเที่ยวแต่ละที่จะมีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวแตกต่างกัน เช่นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ กับแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม เป็นต้น
แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ  เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติรวมไปถึงมนุษย์เข้าไปปรับแต่งเพิ่มเติมจากสภาพธรรมชาติไปบางส่วน ซึ่งเป็นทรัพยกรที่ไม่มีต้นทุนการผลิต แต่มีต้นทุนด้านการดุแลรักษา เช่น ทะเล น้ำตก  น้ำพุร้อน  เขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่า  สวนสัตว์เปิด เป็นต้น

เกาะพีพี จ.กระบี่

แห่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น สถานที่ที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้าง เช่น โบราณสถานสัญลักษณ์แห่งชาติ  อนุสาวรีย์แห่งชาติ   อาคารสถาปัตยกรรมแห่งชาติ  ย่านประวัติศาสตร์ อุทยานประวัติศาสตร์แห่งชาติ  นครประวัติศาสตร์แห่งชาติ  ซากโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีแห่งชาติ เป็นต้น
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นศิลปวัฒนธรรม ประเพณี  เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่พัฒนามาจากวัฒนธรรม  ประเพณี  การดำรงชีวิตของผู้คน  วัฒนธรรมแต่ละสังคมจะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยุ่กับสภาพทางภูมิประเทศ  ทรัพยากร หรืออื่นๆ


การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ตรงกับคำว่า Ecotourism ในภาษา อังกฤษ เกิดจากการรวมกันระหว่างคำว่า eco ที่มีความหมาย ว่า บ้านหรือที่อยู่อาศัย และคำว่า tourism มีความหมายว่า การท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ดังนั้น เมื่อรวมเป็นคำว่า ecotourism จึงมีความหมายว่า การท่องเที่ยว ที่ที่เน้นในด้าน สิ่งแวดล้อมอันเป็นที่อยู่ ของสิ่งมีชีวิตต่างๆ รวมทั้งพืช สัตว์ และมนุษย์ เป็นการเดินทางไป ยังแหล่งธรรม ชาติ และแหล่ง วัฒนธรรมอย่าง มีความรับผิดชอบ โดยไม่ก่อให้ เกิดการรบ กวน หรือสร้างความ เสียหาย ให้แก่ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นการเดินทาง โดยมีวัตถุประสงค์ เพียงเพื่อ การชื่นชม ศึกษา และเรียนรู้ กับธรรมชาติ เช่น ทัศนียภาพ พืชพันูธุ์ และสัตว์ป่า ตลอดจนศิลปะ-วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ของท้องถิ่นที่ไปเยือนนั้น เป็นการสร้าง โอกาศทางธุรกิจ ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่ง
  องค์ประกอบของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศประกอบด้วย 4 ประการหลัก ดังนี้ 1. ทรัพยากรการท่องเที่ยว ประกอบด้วยแหล่งท่อง เที่ยว ต่างๆ เช่น น้ำตก ภูเขา ทะเล อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธฺุ์สัตว์ อุทยานแห่งชาติประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ยังคงความเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นเป็นต้น
2.
นักท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นนักเดินทางที่แสวงหาความ เป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยมีวัฒถุประสงค์ในการเดิน ทาง เพื่อการเรียนรู้และชื่นชมธรรมชาติ โดยไม่ทำลายหรือ สร้าง ความเสรื่อมโทรมให้กับแหล่งท่องเที่ยว3. การตลาด เป็นการส่งเสริม เผยแพร่ความรู้ข่าวสาร เกี่ยวกับ การ ท่องเที่ยวแบบยั่งยืน อย่างถูกต้อง ให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจ เป็นทางเลือกใน การช่วยตัดสิน การท่องเที่ยว อย่างเหมาะสมกับบุคลิก และความสนใจ สามารถยอมรับกฏและกติกา ในการปฏิบัติในรูปแบบ ของการท่องเที่ยว เชิงนิเวศได้ ก่อให้เกิดการสร้างนักท่องเที่ยว ที่มีคุณภาพและนำไป สู่การ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ต่อไป4. การบริการ เป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะเน้นในเรื่องของข้อมูล และข่าวสาร ความรู้ที่เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ ตลอดจนวิถีชีวิต และขนบธรรมเนียมประเพณี ของท้องถิ่น
กิจกรรม  เป็นกิจกรรม ที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวได้ใกล้ชิด และชื่นชมกับ ธรรมชาติ มากขึ้น กิจกรรมจะไม่ก่อให้เกิดการเบียนเบียน ธรรม ชาติ และ ทรัพยากร โดยส่วนใหญ่จะเน้นกิจกรรม ที่ท้าทาย และผจญภัย ต่างๆ ตลอดจนการบำเพ็ญ ประโยชน์ เพื่อส่วนรวม และการอนุรักษ์ธรรมชาติ เช่น กิจการปลูก ป่าในโครงการเป็นต้น กิจกรรมมัก จะสอดคล้อง กับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในแต่ละท้องถิ่น เช่น ในจังหวัด กระบี่ จะเน้นกิจกรรมทางด้าน ทะเล เช่น ดำน้ำชมปะการัง การปีนผา เพื่อชมทัศนียภาพรอบๆ เมืองกระบี่ พายเรือคายัค ไปตามเกาะแก่งต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรม ทางด้าน การเรียนรู้ธรรมชาติ และสิ่ง แวดล้อมในท้่องถิ่น เช่น การเดินป่า การถ่ายภาพ และการดูนก เป็นต้น นอกจาก นี้ก็ยังมีกิจ กรรมประเภทเสริมการออกกำลังกาย ไปพร้อมกับ การได้ชื่นชมธรรมชาติ เช่น การปั่นจักรยาน การพายเรือคายัค หรือเรือแคนู
อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา - หมู่เกาะพีพี
ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองทะเล ตำบลไสไทย ตำบลอ่าวนาง และตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ มีพื้นที่ 242,437 ไร่ เป็นพื้นน้ำประมาณ 200,849 ไร่ มีป่าไม้ 3 ประเภท คือ ป่าดงดิบชื้น พบเห็นได้บริเวณเขาสูงชันบริเวณเขาหางนาค เขาอ่าวนาง ป่าชายเลน จะพบบริเวณคลองแห้ง ใกล้ที่ทำการอุทยานฯ คลองย่านสะบ้า และด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณสุสานหอย 40 ล้านปี และป่าพรุ ที่พบต้นเสม็ดขึ้นอยู่อย่างสมบูรณ์ มีสัตว์ต่าง ๆ ที่พบในอุทยานฯ ได้แก่ นกโจรสลัด เหยี่ยวแดง นกออก นกนางแอ่นกินรัง หมูป่า ลิง และค่าง สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยวคือเดือนพฤษภาคม - เดือนเมษายน

อุทยานฯ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ
หาดนพรัตน์ธารา อยู่ห่างจากตัวเมือง 17 กิโลเมตร ชายหาดมีความยาวเกือบ 3 กิโลเมตร เดิมชาวบ้านเรียกว่า หาดคลองแห้งทั้งนี้เพราะเมื่อน้ำลง น้ำคลองที่ไหลมาจากภูเขาทางด้านเหนือจะแห้งขอดกลายเป็นหาดทรายยาวเหยียดทอดลงไปในทะเล บรรจบกับเกาะเขาปากคลอง บริเวณหาดเป็นทรายละเอียดปะปนด้วยเปลือกหอยเล็ก ๆ ประดับด้วยทิวสนเรียงรายตามชายทะเลยาวเหยียด เมื่อน้ำลงจนแห้งสามารถเดินไปยังเกาะเล็ก ๆ บริเวณหน้าชายหาดได้ นอกจากนั้นบริเวณชายหาดมีที่พักของอุทยานฯ บริการแก่นักท่องเที่ยว โทร. 0 7563 7200 begin_of_the_skype_highlighting              0 7563 7200      end_of_the_skype_highlighting จากที่ทำการอุทยานฯ เดินเท้าไปตามชายหาดด้านทิศตะวันตก มีบังกะโลหลายแห่งให้บริการนักท่องเที่ยว ชายหาดบริเวณนี้ค่อนข้างเงียบสงบ เป็นสถานที่ที่ชาวกระบี่นิยมไปเที่ยวพักผ่อนในวันสุดสัปดาห์ ยังไม่มีถนนตัดเลียบชายหาด

สุสานหอย อยู่บริเวณชายทะเลบ้านแหลมโพธิ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กิโลเมตร ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปหาดนพรัตน์ธารา เมื่อถึงบ้านไสไทย จะมีป้ายบอกทางไปสุสานหอย บริเวณที่เป็นสุสานหอยแห่งนี้ เดิมเป็นหนองน้ำจืดขนาดใหญ่ มีหอยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหอยขม มีขนาดราว 2 เซนติเมตร ต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลงบริเวณพื้นผิวโลก น้ำทะเลไหลเข้ามาท่วมบริเวณหนองน้ำจนหมด ทำให้ธาตุหินปูนในน้ำทะเลหล่อเปลือกหอยใต้น้ำจนเป็นเนื้อเดียวกัน กลายเป็นแผ่นหินแข็งที่เรียกว่า Shelly Limestone หนาประมาณ 40 เซนติเมตร เมื่อแผ่นดินบริเวณนี้ถูกยกตัวขึ้นสูง ซากฟอสซิลเหล่านี้จึงปรากฏให้เห็นเป็นลานหินกว้างใหญ่ยื่นลงไปในทะเล จากการคำนวณหาอายุทางธรณีวิทยาพบว่า ฟอสซิลนี้มีอายุราว 40 ล้านปี
(สุสานหอย)
อ่าวนาง อยู่ห่างจากหาดนพรัตน์ธารา ตามถนนเลียบชายทะเลระยะทาง 6 กิโลเมตร เป็นชายหาดยาว มีที่พักร้านค้า บริษัทนำเที่ยว บริการหลายแห่ง ทิวทัศน์โดยรอบสวยงามแปลกตาด้วยภูเขาหินปูนตระหง่าน จากอ่าวนางสามารถเช่าเรือไปเที่ยวชายหาดด้านทิศตะวันออกได้แก่ หาดไร่เล ซึ่งเป็นหาดทรายสีขาวละเอียด และ หาดถ้ำพระนาง ซึ่งมีถ้ำหินงอกหินย้อยและกิจกรรมปีนหน้าผาที่น่าตื่นเต้น ท้องทะเลในบริเวณอ่าวนางมีเกาะใหญ่น้อยกว่า 83 เกาะ บางเกาะมีรูปร่างประหลาดคล้ายรองเท้าบู๊ท เรือสำเภา หัวนก เกาะที่มีหาดทรายสวยงามและคนนิยมไปเที่ยวเล่นน้ำชมปะการังได้แก่ เกาะปอดะ เกาะหม้อ และเกาะทัพ
สำหรับค่าโดยสารเรือจากอ่าวนางไปยังหาดและเกาะต่าง ๆ เช่น อ่าวนาง-ไร่เล ใช้เวลา 10 นาที ค่าโดยสารคนละ 50 บาท อ่าวนาง-ถ้ำพระนาง ใช้เวลา 15 นาที ค่าโดยสารคนละ 50 บาท อ่าวนาง-เกาะปอดะ ใช้เวลา 25 นาที ไป-กลับ ค่าโดยสารคนละ 200 บาท อ่าวนาง-เกาะไก่ ไป-กลับ ใช้เวลา 25 นาที ค่าโดยสารคนละ 250 บาท อ่าวนาง-หมู่เกาะห้อง ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ราคาค่าเรือลำละ 1,500 บาท สำหรับเวลากลางคืน อ่าวนาง-ไร่เล ค่าโดยสารคนละ 80 บาท สามารถเช่าเรือได้ตั้งแต่เวลา 07.00–19.00 น.
การเดินทางไปอ่าวนางจากตัวเมืองกระบี่ นักท่องเที่ยวสามารถโดยสารรถสองแถว ค่าโดยสาร 20 บาท ใช้เวลาประมาณ 45 นาที หรือหากต้องการเดินทางจากตัวเมืองกระบี่ไปยังหาดไร่เลโดยตรง สามารถโดยสารเรือได้ที่ท่าเรือเจ้าฟ้า ใช้เวลา 45 นาที ค่าโดยสารคนละ 70 บาท
*** หมายเหตุ: ราคาค่าโดยสารอาจมีการเปลี่ยนแปลง
หมู่เกาะปอดะ อยู่ทางทิศใต้ของอ่าวนาง ห่างจากฝั่งประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส บริเวณชายฝั่งของเกาะจะมองเห็นแนวปะการังหลากชนิดที่ยังสมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งดึงดูดของนักท่องเที่ยวให้เที่ยวชมได้เกือบตลอดปี และเป็นจุดที่ตกปลาได้ดีเพราะไม่ได้รับผลกระทบจากลมมรสุมมากนัก สามารถเช่าเรือได้จากบริเวณอ่าวนาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที ใกล้ ๆ กับเกาะปอดะเป็นที่ตั้งของเกาะทัพ เกาะหม้อ เกาะหัวขวาน เกาะไก่ ซึ่งมีสันทรายเชื่อมต่อกันสวยงามมองเห็นได้เวลาที่น้ำลง

หมู่เกาะพีพี เป็นหมู่เกาะกลางทะเล อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 42 กิโลเมตร เดิมชาวทะเลเรียกหมู่เกาะนี้ว่า ปูเลาปิอาปิคำว่า ปูเลาแปลว่าเกาะ คำว่า ปิอาปิแปลว่าต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่งจำพวกแสม และโกงกาง ต่อมาเรียกว่า ต้นปีปีซึ่งภายหลังกลายเสียงเป็น พีพีซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรแห่งบุปผาใต้สมุทรนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวหมู่เกาะนี้ส่วนใหญ่มาเพื่อดำน้ำดูปะการังดอกไม้ทะเล และปลาหลากสีสันที่สวยงาม นอกจากนั้นยังมีเกาะต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างเส้นทางเดินเรือ กระบี่-ภูเก็ต-หมู่เกาะพีพี ประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะ คือ เกาะพีพีเล เกาะพีพีดอน เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และเกาะบิดะใน ซึ่งแต่ละเกาะมีหาดทรายสวย น้ำทะเลใส
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของหมู่เกาะพีพี เกาะพีพีดอน มีพื้นที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร จุดเด่นของเกาะคือเวิ้งอ่าวคู่ที่มีความสวยงามติดอันดับโลกของอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม อ่าวต้นไทรเป็นที่ตั้งของท่าเรือเกาะพีพี และมีสถานที่พักและร้านค้าจำนวนมาก จากอ่าวต้นไทรสามารถเดินขึ้นเขาไปยังจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเวิ้งอ่าวคู่ได้ เกาะพีพีดอนยังมีหาดทรายและอ่าวที่สวยงามกระจายอยู่รอบเกาะ บางแห่งมีที่พักบริการ เช่น หาดแหลมหิน หาดยาว อ่าวโละบาเทา ทางเหนือของเกาะคือ แหลมตง เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวเลประมาณ 15-20 ครอบครัว ส่วนใหญ่อพยพมาจากเกาะลิเป๊ะ ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตาที่จังหวัดสตูล บริเวณแหลมตงมีธรรมชาติใต้ทะเลที่สวยงามและบนหาดมีที่พักให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือเที่ยวหรือดำน้ำดูปะการังรอบเกาะพีพีดอนและเกาะพีพีเลได้ ราคาประมาณ 1,500 บาทต่อลำต่อวัน

เกาะพีพีเล มีพื้นที่เพียง 6.6 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยภูเขาหินปูน มีหน้าผาสูงชันตั้งฉากกับผิวทะเลโดยรอบเกือบทั้งเกาะ มีพื้นน้ำลึกเฉลี่ยประมาณ 20 เมตร มีบริเวณน้ำลึกที่สุดประมาณ 34 เมตรอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ เกาะแห่งนี้มีเวิ้งอ่าวสวยงาม อาทิ อ่าวปิเละ อ่าวมาหยา อ่าวโละซามะ นอกจากนี้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือยังมีถ้ำไวกิ้ง เมื่อปี พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า ถ้ำพญานาคตามรูปร่างหินก้อนหนึ่งที่คล้ายเศียรพญานาค อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านที่มาเก็บรังนกนางแอ่นบนเกาะแห่งนี้ ภายในถ้ำทางทิศตะวันออกและทิศใต้พบภาพเขียนสีสมัยประวัติศาสตร์ เป็นรูปช้างและรูปเรือชนิดต่างๆ เช่น เรือใบยุโรป เรือใบอาหรับ เรือสำเภา เรือกำปั่น เรือใบใช้กังหัน และเรือกลไฟ เป็นต้น สันนิษฐานว่าภาพเขียนเหล่านี้เป็นฝีมือของนักเดินเรือหรือพวกโจรสลัด เพราะจากการศึกษาเส้นทางเดินเรือจากฝั่งตะวันตกไปยังฝั่งตะวันออก บริเวณนี้อาจเป็นจุดที่เรือสามารถแวะพักหลบลมมรสุมขนถ่ายสินค้าหรือซ่อมแซมเรือได้
เกาะยูง ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะพีพีดอน มีชายหาดเป็นหาดหินอยู่ทางด้านทิศตะวันออก และมีหาดทรายเล็กน้อยตามหลืบเขา นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังสวยงามชนิดต่าง ๆ

เกาะไม้ไผ่ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะพีพีดอน ไม่ไกลจากเกาะยูงเท่าใดนัก ด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกมีหาดทรายสวยงาม และแนวปะการังซึ่งส่วนมากเป็นแนวปะการังเขากวางทอดยาวไปถึงทางทิศใต้ของเกาะ บนเกาะมีสถานที่กางเต็นท์ สอบถามข้อมูลจากอุทยานฯ
การเดินทางไปหมู่เกาะพีพี
นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังหมู่เกาะพีพีได้ทั้งจากกระบี่และภูเก็ต จากท่าเรือเจ้าฟ้าในตัวเมืองกระบี่ มีเรือโดยสารออกจากกระบี่ไปเกาะพีพี วันละ 2 เที่ยว เวลา 10.00 น. และ 14.30 น. และจากเกาะพีพีกลับกระบี่ เรือออกเวลา 09.00 น. และ 13.00 น. ค่าโดยสารคนละ 150 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณสอง ชั่วโมงครึ่ง และมีเรือเร็วนำเที่ยวเช้าไปเย็นกลับ ออกจากอ่าวนาง เวลา 09.00 น. และกลับเวลา 17.00 น. ติดต่อโทร. 0 7563 7152-3 สำหรับบริษัท อันดามัน เวฟ มาสเตอร์ จะมีเรือโดยสารออกจากท่าเรือเจ้าฟ้า เรือออกเวลา 10.00 น. และ 14.00 น. ค่าโดยสารคนละ 200 บาท สนใจสอบถามได้ที่ บริษัท เอ ดี วี จำกัด ถนนข้าวสาร โทร. 0 2281 1463-5 หรือ บริษัท อันดามัน เวฟ มาสเตอร์ จำกัด โทร. 0 7563 0471 begin_of_the_skype_highlighting              0 7563 0471      end_of_the_skype_highlighting ส่วนการเดินทางจากภูเก็ตมีเรือนำเที่ยวเกาะพีพีแบบเช้าไปเย็นกลับ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อได้ที่บริษัททัวร์ทั่วไปในตัวเมืองภูเก็ต
นอกจากนี้บริเวณอ่าวต้นไทรบนเกาะพีพีดอน มีเรือหางยาวให้เช่าไปเที่ยวตามชายหาดต่าง ๆ รวมถึงเกาะพีพีเลด้วย บริษัท พีพี แฟมิลี่ จำกัด โทร. 0 7561 2463 begin_of_the_skype_highlighting              0 7561 2463      end_of_the_skype_highlighting
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พ.พ.4 (ทับแขก) เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานฯ ใช้เส้นทางตามทางหลวง 4200 จนถึงสี่แยกคลองจิหลาด เลี้ยวซ้ายไปตามถนนหมายเลข 4034 ตรงไปถึงสามแยกบ้านหนองทะเล เลี้ยวซ้ายตรงไปบ้านคลองม่วง และเลี้ยวขวาอีกครั้งตรงไปที่ทำการหน่วยพิทักษ์ฯ ระยะทาง 38 กิโลเมตร พื้นที่เป็นภูเขาที่สมบูรณ์ด้วยป่าไม้และสัตว์ป่า มีจุดชมวิวที่สวยงามคือหงอนนาค ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพของทะเลกระบี่ได้อย่างสวยงาม หน่วยพิทักษ์ฯ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 3.7 กิโลเมตร ต้องมีคนนำทาง